Introduce Windows 7
•July 17, 2009 • Leave a Commentเปิดประวัติ Windows 7
Windows 7 ในแรกเริ่มเดิมทีมีชื่อหรือรหัสในการพัฒนาว่า แบล็คโคมบ์ (Blackcomb) ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็น เวียนนา (Vienna) โดยเจ้า Windows 7 จะถูกผลิตขึ้นมาเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นกับ Vista ที่ไม่ประสบผลสำเร็จ ซึ่งคำว่า 7 น่าจะมาจากการเป็นวินโดว์รุ่นที่ 7 โดยเริ่มจากการนับ Windows 1.0-3.0, Windows NT คือ 3.1, Windows 95 คือ 4.0, Windows 98 คือ 4.0.1998, Windows 98 SE คือ 4.10.2222 Windows ME คือ 4.90.3000, Windows 2000 คือ 5.0, Windows XP คือ 5.1, Windows Vista คือ 6.0 และ Windows 7 คือ 7.0
| Acer Aspire 4920G | |
| CPU | Core 2 Duo T8300 2.4GHz |
| RAM | 2GB DDR2 667Mhz |
| VGA Card | ATI Mobility Radeon HD 2400XT |
| OS | Windows 7 Build 6956 32 bit Windows XP SP3 |
โดยอันดับแรก มาเริ่มกันที่ทดสอบเวลาบู๊ตเข้าระบบ โดยมีโปรแกรมที่ต้องถูกเรียกระหว่างการทดสอบดังนี้ (อยู่ในส่วนของโฟล์เดอร์ Startup)
– Kaspersky 9
– Bluetooth
– Windows Live Messenger Beta
– Power ISO
ซึ่งผลที่ออกมาคือ Windows XP SP3 ใช้เวลาบู๊ตเข้าระบบถึง 70 กว่าวินาที ในขณะที่ Windows 7 Build 6956 ใช้เวลาไปเพียง 57 วินาทีรวมการโหลด Gadgets จำนวน 2 ตัวด้วย ซึ่งก็นับว่าเป็นเวลาที่ใช้ในการบู๊ตเข้าระบบที่เร็วที่สุด โดยเมื่อเข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว Windows XP SP3 จะใช้แรมไปประมาณ 490 MB แต่ Windows 7 Build 6956 จะใช้แรมถึง 513 MB ซึ่งเหตุที่ Windows 7 Build 6956ใช้แรมไปจำนวนมากกว่า XP SP3 เพราะว่ามีการโหลดในส่วนของ Gadgets จำนวน 2 ตัวด้วย แต่ถ้าเทียบกับ Vista ที่เมื่อเข้าระบบเสร็จจะเรียกแรมถึง 980 MB ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ แล้ว
ส่วนการใช้งานในส่วนอื่นๆ ผมเองได้ลองลงโปรแกรมไปจนครบซึ่งโปรแกรมส่วนใหญ่จะทำงานได้ดีไม่ค่อยมีปัญหา แต่จะมีบางโปรแกรมเช่น Demon Tools ที่ใช้ไม่ได้ เลยต้องหันไปใช้ Power ISO แทน และในส่วนของระบบ Flip 3D ทำออกมาได้ดีกว่า Vista มาก เพราะโหลดเร็วกว่าและเสถียรกว่ามาก
และก็มาถึงการทดสอบขั้นที่ 2 โดยผมจะทำการทดสอบการบริโภคทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์ของวินโดว์แต่ละตัวว่าทำได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งผมได้ทดลองเปิดโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ Firefox เป็นจำนวนมากจนกว่าเครื่องจะค้างและทำอะไรไม่ได้ โดยผลที่ออกมาก็คือ Windows XP SP3 สามารถเปิดเว็บบราวเซอร์ Firefox ได้จำนวน 280 หน้าต่างและบริโภคแรมไป 1.52 GB เครื่องจึงเริ่มอืดและไม่สามารถเปิดโปรแกรมอะไรได้เพราะเครื่องจะเริ่มค้าง แต่ใน Windows 7 Build 6956 จะสามารถเปิดเว็บบราวเซอร์ Firefox ได้จำนวน 300 หน้าต่าง โดยบวกกับ Gadgets จำนวน 2 อัน, Windows Media Center, IE8 Beta จำนวน 2 หน้าต่าง, โปรแกรม MP3 AIMP2 และ Microsot Word 2007 เครื่องถึงจะเริ่มอืด แต่ยังไม่ค้าง จนเปิด Adobe Photoshop CS4 ถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ถึงค้างในที่สุด โดยทั้งหมดก่อนเครื่องค้างวินโดว์บริโภคแรมไปแค่เพียง 1.40 GB เท่านั้น
ซึ่งก็ชัดเจนอยู่แล้วในผลสรุปของหัวข้อนี้ว่า Windows 7 Build 6956 มีระบบการจัดสรรการบริโภคทรัพยากรเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดตั้งแต่มีวินโดว์มา โดยสามารถล้มแชมป์วินโดว์ที่เสถียรที่สุดตลอดกาลอย่าง XP ลงได้โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ
ส่วนการทดสอบขั้นสุดท้ายจะเป็นในเรื่องของการเล่นเกม โดยเกมที่วันนี้ผมนำมาทดสอบกับวินโดว์ทั้ง 2 ตัวก็คือ Call of Duty: World at War โดยผลการทดสอบที่ได้สามารถแบ่งคำตอบออกเป็น 2 หัวข้อคือ
ในด้านคุณภาพกราฟฟิค
อาจเพราะเกมๆ นี้ใช้คุณสมบัติกราฟฟิค เพียง DirectX 9 ทำให้ไม่เห็นข้อแตกต่างใดๆ ทั้งสิ้น โดยวินโดว์ทั้งสองตัวสามารถแสดงผลกราฟฟิคของเกมได้เท่ากันและอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
ในด้านของประสิทธิภาพ

สรุป
Windows 7 ถือเป็นระบบปฏิบัติการที่มาแก้ไขในส่วนที่บกพร่องของ Windows Vista ที่ออกวางจำหน่ายในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีอินเตอร์เฟชที่สวยงามเทียบเท่า Windows Vista และมีความเสถียรภาพสูงกว่า Windows XP ภายในปี 2010 เราคงจะได้สัมผัสกับระบบปฏิบัติการแห่งยุคตัวนี้ในรุ่นที่สมบูรณ์แล้วแน่นอน
credit : www.i3.in.th


